news

ตั้ง 4 คณะทำงาน ศึกษา ‘กัญชา’ ประโยชน์การแพทย์

คณะกรรมการพิจารณานำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ประชุมนัดแรก ตั้ง 4 คณะทำงาน เริ่มต้นที่การศึกษาวิจัยว่ารักษาโรคชนิดใดได้บ้าง

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (10 พ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรก

ก่อนประชุม นพ.ปิยะสกล มอบนโยบายต่อคณะกรรมการฯว่า ประเทศไทยคงต้องปรับเปลี่ยน สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต้องดำเนินการ เช่น เรื่องกัญชา ที่มีทั้งประโยชน์และโทษแต่จะทำอย่างไรให้เป็นนวัตกรรมนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ซึ่งกัญชาของไทยเป็นสายพันธุ์ที่ดี เป็นพืชประจำถิ่น น่าจะนำมาใช้ให้ได้ประโยชน์จริงๆ

ด้าน นพ.โสภณ กล่าวว่า ที่ประชุมมีแนวทางดำเนินการเพื่อนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยตั้งคณะทำงาน 4 คณะได้แก่

1.คณะทำงานเพื่อการพัฒนาการปลูกและปรับปรุงสายพันธุ์ นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.องค์การเภสัชกรรม เป็นประธาน

2.คณะทำงานเพื่อพัฒนาการสกัดและการตรวจวิเคราะห์ นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.องค์การเภสัชกรรม เป็นประธาน

3.คณะทำงานเพื่อพิจารณาการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธาน

4.คณะทำงานเพื่อวางระบบการควบคุมในการศึกษาวิจัยและการใช้ทางการแพทย์ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็นประธาน

ทั้งนี้ จะเริ่มต้นที่คณะทำงานเพื่อพิจารณาการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ จะศึกษาวิจัยว่ากัญชาสามารถรักษาโรคชนิดใดได้บ้าง ทั้งในการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนไทย ซึ่งเบื้องต้นจะนำไปใช้กับโรคที่มีผลวิจัยจากต่างประเทศรองรับ อาทิ โรคลมชัก โรคพาร์กินสัน หรือโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ส่วนโรคอัลไซเมอร์ โรคออทิสติก โรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ทางคณะทำงานจะศึกษาวิจัยเพิ่มเติมว่ากัญชาสามารถเป็นประโยชน์ในการรักษาหรือไม่

จากนั้นคณะทำงานเพื่อการพัฒนาการปลูกและปรับปรุงสายพันธุ์ และคณะทำงานเพื่อพัฒนาการสกัดและการตรวจวิเคราะห์จะนำไปพัฒนาต่อ ทั้งนี้จะปรับปรุงอาคารขององค์การเภสัชกรรมเป็นสถานที่ปลูกและวิจัยในระบบปิด คาดว่าจะได้กัญชาแห้ง 500 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากต้องการให้ได้สารสกัดจากกัญชามาใช้ในมนุษย์ได้ทันที หลังจากประมวลกฎหมายยาเสพติดประกาศใช้ อย่างไรก็ตาม ข้อสำคัญคือการวางแนวทางในการควบคุม ซึ่ง อย.จะร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในการวางระบบ เพื่อไม่ให้การเกิดนำไปใช้ประโยชน์นอกเหนือจากการแพทย์โดยเด็ดขาด .-สำนักข่าวไทย