news

ฤทธิ์เฮอริเคน “ฮาร์วีย์” ส่งผลต่อการผลิตน้ำมันในเทกซัส

แม้เฮอริเคนฮาร์วีย์อ่อนกำลังลงเหลือเป็นพายุโซนร้อนแล้ว แต่อุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันในรัฐเทกซัสยังคงหยุดชะงักในหลายส่วน และมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ว่าสำนักงานความปลอดภัยและปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐรายงานเมื่อวันเสาร์ ว่าอิทธิพลของเฮอริเคนฮาร์วีย์ที่ขึ้นฝั่งรัฐเทกซัส

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันบริเวณอ่าวเม็กซิโก โดยต้องมีการระงับการผลิตราว 25% ของสายงานการผลิตทั้งหมด คิดเป็น 428,568 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากต้องมีการอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากแท่นขุดเจาะ 112 แห่ง  ขณะที่ปริมาตรของการผลิตก๊าซธรรมชาติได้รับผลกระทบราว 26% คิดเป็น 835 ล้านคิวบิกฟุตต่อวัน แม้เฮอริเคนจะอ่อนกำลังลงเหลือเป็นพายุโซนร้อนเมื่อขึ้นฝั่งแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐ แต่อิทธิของพายุในช่วงแรกที่เทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 4 ตามมาตรวัดพายุซัฟเฟอร์-ซิมป์สัน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้กับพื้นที่ตามแนวชายฝั่งของรัฐเทกซัส โดยเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่จากปริมาณน้ำฝนสะสมที่มากถึง 50 เซนติเมตร และเกิดกระแสไฟฟ้าดับสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนราว 230,00 คน ทั้งนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 คน ด้านนายเกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเทกซัส แสดงกังวลต่อความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมหนักในอีกหลายพื้นที่ หลังพบว่าพายุฮาร์วีย์ยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวออกจากรัฐเทกซัส

อย่างไรก็ตาม เฮอริเคนฮาร์วีย์ถือเป็นบททดสอบแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการบริหารจัดการและรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศ โดยผู้นำสหรัฐประกาศผ่านทวิตเตอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ให้รัฐเทกซัสเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และยืนยันว่ารัฐบาลกลางมีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในรัฐเทกซัส ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2548 เฮอริเคน “แคทรีนา” สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับรัฐลุยเซียนาที่อยู่ติดกับรัฐเทกซัส โดยคร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 1,200 คนเฉพาะในสหรัฐ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างหนักต่อมาตรการด้านการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยธรรมชาติ ของรัฐบาลกลางในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews