พิพิธภัณฑ์แหล่งเตาเผาอินทขิล

จากการขุดพบแหล่งเตาเผาอินทขีลคือการค้นพบครั้งสำคัญในด้านวิชาการต่อวงการโบราณคดี ที่นี่จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ล้านนาที่ไม่ควรพลาด และด้วยความที่แหล่งผลิตถ้วยชามในอดีตแห่งนี้ มีความสมบูรณ์ทั้งเตาเผา และตัวอย่างเศษถ้วยชามที่มีมากถึง 4 แห่ง และยังไม่เคยพบความสมบูรณ์ จากแหล่งโบราณคดีใดในภาคเหนือเท่านี้มาก่อนเลย

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม

แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เพียงจะเปิดโลกของการเรียนรู้ทั้งทางด้านเกษตรกรรมและวัฒนธรรมเท่านั้น หากยังเป็นการตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอีกด้วย โดยที่มาของศูนย์ฯ แห่งนี้ เกิดขึ้นเมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรที่บ้านพระบาทห้วยต้มในปี พ.ศ.2521

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

คนที่ชอบสวมผ้าไทย ควรค่าอย่างยิ่งที่จะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สักครั้งเป็นขวัญตา โดยพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถือเป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บรักษาผ้าไทย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดแสดงงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าทั้งของราชสำนัก และผ้าพื้นเมืองจากท้องถิ่นต่างๆ เพื่อเป็นการสืบสานสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าให้คงอยู่สืบไป

น้ำตกส้มป่อย

1 ใน 17 น้ำตกประจำอำเภอประจันตคาม ที่เหมาะแก่การเที่ยวชมและน่าพักผ่อนหย่อนใจคือ น้ำตกส้มป่อย ด้วยขนาดของความสูงที่ไม่มากนัก มีสายน้ำลดหลั่นไหลผ่านแก่งหินเป็นระยะทางยาวประมาณ 400 เมตร และมีแอ่งน้ำที่สามารถลงเล่นน้ำได้เป็นระยะๆ ตลอดลำธาร ปัจจุบัน น้ำตกแห่งนี้จึงกลายเป็น จุดหมายปลายทางของบรรดานักเดินทางจำนวนมาก

ไร่องุ่นกรานมอนเต้

ไร่องุ่นกรานมอนเต้ ไร่องุ่นซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในอำเภอปากช่องเปิดดำเนินการมาแล้ว 11 ปี องุ่นที่ปลูกอยู่บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่แห่งนี้ เป็นองุ่นที่ปลูกเพื่อนำไปผลิตไวน์เกือบ 100% กราน-มอนเต้ คือหนึ่งในผู้ผลิตไวน์ที่ กำลังได้รับการกล่าวขานในปัจจุบัน ทั้งในด้านรสชาติของไวน์

โบราณสถานเวียงลอ

สถานที่แห่งนี้เป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ซึ่งมีอายุราว 500-600 ปี โดยมีการขุดพบหลักฐานศิลาจารึก และพระพุทธรูปหินทราย อีกทั้งภายในคูเมือง กำแพงเมือง ยังมีการค้นพบโบราณสถานอีกประมาณ 10 แห่ง และซากโบราณสถานนอกคูเมือง อีกประมาณ 40 แห่ง ที่สำคัญ คือ เมืองโบราณแห่งนี้มีวัดร้างอยู่มากมาย

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช. หรือ NSM) รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2543 พร้อมมอบความรู้ให้กับทุกคนที่มาเยี่ยมเยือน โดยประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ได้แก่ อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มหาราชินี อาคารหลักรูปทรงลูกบาศก์ 3 ลูกเชื่อมติดกันทั้งหมด 6 ชั้น บนพื้นที่จัดแสดงประมาณ 10,000 ตารางเมตร

ตลาดพลอยบ่อไร่

ตลาดพลอยในอำเภอบ่อไร่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตพลอยแดงหรือทับทิมสยาม ตลาดพลอยที่น่าสนใจได้แก่ ตลาดพลอยหัวทุ่ง ตลาดพลอยบ้านสระใหญ่ ตลาดพลอยหนองบอน โดยในแต่ละวันตลาดพลอยแต่ละแห่งจะเริ่มเปิดให้มีการซื้อขายในช่วงเช้าตรู่จนถึงเวลา 07:00 – 10:00 น. และ 13:00 – 15:00 น. ทุกวัน ปัจจุบันตลาดพลอยในเขตอำเภอบ่อไร่ประสบปัญหาในเรื่องหาแหล่งพลอยได้ยากจึงทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายพลอยซบเซาลง ถ้านักท่องเที่ยวที่สนใจจะไปซื้อพลอยหรือชมสภาพโดยทั่วๆ ไปของตลาดพลอยนั้นยังพอมีเหลือให้ชมและซื้ออยู่บ้าง

วัดกษัตราธิราชวรวิหาร

ด้วยชื่อวัดว่า วัดกษัตรา อันหมายถึง วัดของพระมหากษัตริย์หรือวัดของพระเจ้าแผ่นดิน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าที่นี่เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพระองค์ใดพระองค์หนึ่งทรงสร้างเอาไว้ หากไม่ปรากฎนามผู้สร้าง มีเพียงหลักฐานที่จารึกไว้ในพงศาวดารที่กล่าวถึงวัดกษัตราในแผ่นดินสมเด็จพระสุริยามรินทร์ ความว่า แรม 14 ค่ำ เดือน 5 (พ.ศ.2303) พม่าเอาปืนใหญ่มาตั้งที่วัดราชพฤกษ์และวัดกษัตราวาส ยิงเข้ามาในพระนครถูกบ้านเรือนราษฎรล้มตายจำนวนมาก วัดเก่าแก่แห่งนี้ถูกเพลิงไหม้วอดวายเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 2 ในพ.ศ.2310 นับแต่นั้นจึงถูกทิ้งร้าง จนได้รับการบูรณะเรื่อยมาในแผ่นดินราชธานีรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ (ทองอิน) กรมพระราชบวรสถานภิมุข (กรมพระราชวังหลัง) ได้บูรณะวัดกษัตราขึ้นใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดกษัตราธิราช ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ (เกศ) ต้นราชสกุลอิศรางกูร ได้ปฏิสังขรณ์พระอารามเมื่อ พ.ศ.2349 และมีพระสงฆ์จำพรรษาที่วัดแห่งนี้ได้ ในรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดกษัตราธิราชวรวิหาร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯยกวัดกษัตราธิราชเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 เป็นพระอารามหลวงลำดับที่ 9 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว

สะพานมิตรภาพไทย-ลาวเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงจากอำเภอเมืองหนองคายไปเมืองท่าเดื่อ ของ สปป.ลาว ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเวียงจันทน์ ประมาณ 20 กิโลเมตร สร้างขึ้นด้วยความร่วมมือของ 3 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย ลาว และไทย นับว่าเป็นสะพานที่สร้างความสัมพันธ์ไทย-ลาว ให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม